น้ำยาบ้วนปาก

สูตร๑ น้ำยาบ้วนปากใบฝรั่ง

ปากหอมปากเหม็นเป็นสิ่งปรุงแต่งขึ้นได้ หมากฝรั่งก็ดี เม็ดอมหอมสดชื่นก็ดี ล้วนขายดิบขายดีเพราะวัตถุประสงค์ปรุงแต่งลมหายใจให้หอมนี่เอง

ส่วน น้ำยาบ้วนปากที่จำหน่ายและโฆษณาว่าช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและช่วยให้ลม หายใจหอมสดชื่นนั้น ขอบอกว่าน้ำยาบ้วนปากทั่วไปมีสารกำจัดเชื้อโรคในช่องปากอยู่บ้าง แต่เชื้อก็จะก่อตัวมาใหม่ในเวลาไม่นานนัก จึงไม่ได้มีประสิทธิภาพสังหารเชื้อได้เบ็ดเสร็จ ยกเว้นน้ำยาบ้วนปากชนิดพิเศษที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้สูง ซึ่งก็เป็นคนละชนิดกับที่โฆษณาให้เราเคลิ้มตาม
ถ้า ยึดหลักพึ่งตนเองและปรับประยุกต์ความรู้ของบรรพชนมาใช้ในโลกสมัยใหม่ ก็อยากเชิญชวนผู้อ่านทดลองทำ น้ำยาบ้วนปากจากสมุนไพรหาง่ายๆ เช่น ฝรั่ง ซึ่งข้อมูลที่นำมาเสนอนี้อ้างอิงทั้งความรู้ดั้งเดิมและจากการศึกษาที่ได้มี โอกาสนำเสนอผลงานวิชาการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ ๕ ที่ผ่านมา เป็นผลงานของ คุณวัชรินทร์ ธรรมบุตร และคณะ
คณะศึกษาพบว่า ศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านทุ่ม อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีบริการงานด้านทันตกรรม จะมีผู้มาขูดหินปูนและมีกลิ่นปาก แต่ศูนย์ฯไม่มีน้ำยาบ้วนปากบริการ ครั้นจะแนะนำให้ชาวบ้านไปซื้อน้ำยาบ้วนปากตามท้องตลาดใช้ก็ไม่เวิร์ก เพราะชาวบ้านมีฐานะยากจน และคิดว่าสุขภาพช่องปากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทางศูนย์ฯ ซึ่งมีสนใจในภูมิปัญญาพื้นบ้าน รู้ดีว่าคนโบราณเขาใช้ใบฝรั่งสดๆ เคี้ยวกินเพื่อระงับกลิ่นต่างๆ ดังเช่น พ่อบ้านบางคนแอบหนีไปดื่มเหล้า ก่อนขึ้นเรือนก็เด็ดใบฝรั่งเคี้ยวๆ เพื่อดับกลิ่นปาก หรือแม้แต่เวลากินอาหารรสจัดและกลิ่นแรง เช่นกะปิ คนโบราณก็แนะนำให้เคี้ยวใบฝรั่งดับกลิ่นได้
แม้แต่ เด็กที่ริสูบบุหรี่ไม่อยากให้พ่อแม่จับได้ยังเคี้ยวใบฝรั่งกลบกลิ่น ใบฝรั่งจึงใช้เป็นยาดับกลิ่นปากได้ดีเยี่ยม ถ้าเรารู้จักนำมาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง น้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่งสามารถดับกลิ่นที่ว่าแน่ๆ ได้หมด ทั้งทุเรียน สะตอ กระเทียม ปลาร้า
ใบฝรั่งยังมี สารที่ช่วยยับยั้งเชื้ออหิวาตกโรค มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ และมีฤทธิ์ฝาดสมานที่ได้จากสารแทนนิน ซึ่งมีคุณสมบัติระงับอาการท้องร่วงได้ และสารแทนนินนี้ยังใช้สมานแผลและห้ามเลือดได้ด้วย
เคย มีการประชันกันระหว่างนำใบฝรั่งอบและบดใส่แคปซูล ขนาด ๒๕๐ มิลลิกรัม เปรียบเทียบกับยาฝรั่งคือ เตตราซัยคลิน ขนาดเท่ากัน โดยให้คนไข้อาการท้องเสียกินครั้ง ๒ แคปซูล ทุกๆ ๖ ชั่วโมง กินต่อเนื่อง ๓ วัน ผลออกมาว่า ใบฝรั่งบดผงให้ผลดีกว่ายาปฎิชีวนะเ ตตราซัยคลิน
สำหรับ ฤทธิ์ดับกลิ่นปาก ระงับลมหายใจเหม็นๆ นั้น ถ้าไม่แคร์ว่าเชย ก็เด็ดใบฝรั่งสด ล้างน้ำสะอาด เคี้ยวๆ จะคายกากทิ้งหรือกินทั้งกากก็ได้ รับรองปากหายเหม็นและยังหอมกลิ่นสดชื่นขอฝรั่งด้วย วิธีแบบนี้ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย
แต่ ถ้าจะทำให้ดูดี จากผลการศึกษา นำใบฝรั่งมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปบดด้วยเครื่องปั่น ถ้าไม่มีใช้ครกโขลกตำก็ได้ ไปหาซื้อน้ำเกลือจากร้านยาทั่วไป(น้ำเกลือ ๐.๙ %) นำมาผสม จากการทดลองทำน่าจะแช่น้ำเกลือกับใบฝรั่งบดสัก ๑๐ – ๑๕ นาที แล้กรองเอาแต่น้ำ ถ้าหาขวดใบเล็กๆ มาใส่น้ำยาบ้วนปากใบฝรั่งนี้ก็จะดี ทำให้สะดวกเวลาใช้บ้วนปาก
ใน การศึกษาได้แบ่งอาสาสมัครที่มารับบริการทันตกรรมออกเป็น ๒ กลุ่มๆละ ๒๖ ราย ทั้งสองกลุ่มมีกลิ่นปาก แต่มีเพียงกลุ่มเดียวที่ได้ใช้น้ำยาใบฝรั่งนี้วันละ ๒ ครั้ง เช้าเย็น พบว่าในกลุ่มนี้มีสุขภาพช่องปากดีขึ้น เหงือกบวมน้อยลง กลิ่นปากลดลง บางรายกลิ่นปากหายไป ส่วนอีกกลุ่มที่ไม่ได้ใช้น้ำยาบ้วนปาก เมื่อมาพบทันตแพทย์ก็ยังคงมีสุขภาพช่องปากดี แต่กลิ่นปากไม่ยอมไปไหนยังอบอวลในปาก เมื่อสอบถามความพึงพอใจ พบว่าร้อยละ ๑๐๐ พอใจ และกลับไปทำเองต่อที่บ้านด้วย ร้อยละ ๙๑ ยังแนะนำญาติหรือคนอื่นๆ
แม้ว่าในปัจจุบันจะมี ผลิตภัณฑ์ที่สกัดสารจากใบฝรั่งแก้กลิ่นปากจำหน่ายกันทั่วโลก มีผู้ผลิตหลายรายทำแบบสเปรย์พ่นดับกลิ่นปาก แต่ต้นฝรั่งเกิดขึ้นได้ทั่วไปสามารถนำมาทำเองใช้เองได้กันทุกครัวเรือน ก่อนเขียนบทความชิ้นนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขภาพไทย ทดลองปรับประยุกต์น้ำยาบ้วนปากใบฝรั่ง ลองอมบ้วน บางคนกลืนเข้าท้องเลย เพราะรสชาติไม่เลวร้ายอะไร
หาก ท่านอยากทำในปริมาณน้อยๆ คือ งานทดลองเล็กๆ ลองเด็ดใบฝรั่งสัก ๑๐ -๑๕ ใบ ล้างน้ำสะอาด นำใส่เครื่องปั่น ถ้าใส่ใบน้อย เครื่องปั่นเครื่องใหญ่จะปั่นใบไม่ละเอียด ถ้าปั่นไม่ได้ให้ใส่น้ำเกลือลงไปเล็กน้อย จะปั่นได้ดีขึ้น พอปั่นละเอียดดีแล้ว เทใส่ชาม ใส่น้ำเกลือลงไป ถ้าอยากประหยัดเงิน ทำน้ำเกลือเองก็ได้ ใช้น้ำสุกสะอาด ๑ ลิตร ใส่เกลือ ๑ ช้อนชา คนให้เข้ากัน
พอแช่ใบฝรั่งกับน้ำเกลือสัก ๑๐ – ๑๕ นาทีแล้ว หากระชอนมากรองเอากากออก เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำยาบ้วนปากสีเขียวๆ ใบฝรั่งหรือออกเขียวใบเตย ไม่ขุ่น น้ำยาบ้วนปากที่ใช้น้ำเกลือจะมีรสเค็มๆ อันที่จริงเกลือก็มีส่วนช่วยรักษาเหงือกและฟันด้วย แต่ถ้าอยากปรุงรสเล็กน้อย ให้ใส่น้ำผึ้งลงไปได้ แต่อย่ามากเพราะจะหวานเลี่ยน ถ้าใส่เล็กน้อยออกรสเค็มหวานและมีกลิ่นฝรั่ง
หาก ทดลองทำน้อยๆ ได้สูตรลงตัวดีแล้ว ลองเด็ดใบฝรั่งปั่นให้มากหน่อย แล้วแช่น้ำเกลือมากหน่อย เมื่อกรองแบ่งใส่ขวดเล็กก็จะใช้บ้วนปากได้หลายวัน หากกลัวบูดเสียเร็วให้แช่ในตู้เย็น
ผู้ อ่านที่ทดลองทำกันแล้ว หากส่งข่าวสารกลับมายังมูลนิธิสุขภาพไทยบ้างก็จะดี จะได้ช่วยกันเผยแพร่เทคนิคต่างๆ ได้มากขึ้น เพราะมีบางคนบอกว่า ใบฝรั่งขี้นกดีที่สุด แต่เดี๋ยวนี้จะหาต้นฝรั่งขี้นกได้ยากเต็มที หรือใครพบการสกัดใบฝรั่งง่ายๆ ที่ทำได้เองในครัวเรือน ก็อย่าลืมบอกต่อ เพื่อให้ชาวไทยภูมิใจเอ่ยปากบอกใครก็มีแต่กลิ่นหอมจ๊ะ.

สูตร๒ ผักชีฝรั่ง

ปัญหากลิ่นปากหรือลมหายใจไม่สะอาด หากเกิดขึ้นกับใครก็ทำให้ขาดความมั่นใจ และหลายคนก็รู้สึกเป็นเรื่องน่าอาย จึงไม่กล้าที่จะปรึกษาผู้อื่นมากนัก นอกจากการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกครั้งหลังอาหารแล้ว กลเม็ดพิชิตกลิ่นปากอีกวิธีหนึ่งที่สะดวก รวดเร็ว และทันใจวัยรุ่นยุคนี้ก็คือ การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก และถ้าให้ดีต้องหันมาใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรสมุนไพรที่ทำจากผักชีฝรั่ง และกานพลู ที่ไม่ว่าคุณหรือใครๆ ก็สามารถทำไว้ใช้เองได้ง่ายๆ เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ด้วยคุณสมบัติของสารคลอโรฟิลในผักชีฝรั่งและสารยูจีนอลในกานพลู ซึ่งช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น 

วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจาก

  • นำผักชีฝรั่งมาหั่นหยาบๆ 3-4 ใบ ผสมกับน้ำเดือด 2 ถ้วยในชามที่ทนความร้อน จากนั้นใส่กานพลู 1/4 ช้อนชา หรือ 2 ก้านเต็มลงไป ระหว่างนั้นคอยคนให้ผสมกัน และทิ้งไว้ให้เย็นในอุณหภูมิห้อง
  • เมื่อเย็นแล้วนำมากรอง จนเหลือแต่น้ำที่ได้ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก
  • ควรอมบ้วนปากวันละ 2-3 ครั้งหรือทุกครั้งหลังมื้ออาหาร และเก็บไว้ในตู้เย็นจะใช้ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ

เพียงเท่านี้ ก็ช่วยเรียกความสดชื่นของลมปากและความมั่นใจของคุณกลับคืนมาได้แล้วค่ะ

สูตร๓  ต้นข่อย

1.ต้นข่อยสับ 1 ก.ก
2.เกลือ 2 ขีด
3.กานพลู 2 ช้อนโต๊ะ
4.การบูน ,เมนทอล อย่างละ 5 กรัม
5.น้ำ 5 ลิตร
6. เกลือโซเดียมไบคาร์บอเนท 2 ช้อนโต๊ะ

  • เอาหม้อใส่น้ำ ต้มน้ำให้เดือดก่อนแล้ว จึงค่อยใส่ข่อยสับ ต้มสักพัก 5 นาที พอตัวยาออก แล้วจึงใส่เกลือ การบูน เมนทอล เกลือโซเดียมไบคาร์บอเนท ตามลำดับ แล้วรีบปิดฝาให้สนิท ไฟอ่อนๆ ทิ้งไว้ 2 นาทีแล้วจึงยกลง จึงเทกรองเอาน้ำไว้ รอให้อุ่นก่อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s